สวรรณภม 

 

       เรือโบราณอายุราว 1,000 ปีมาแล้ว เป็นเรือยุคทวารวดี ราว พ.ศ. 1500 จมอยู่ใต้ดินเลนพื้นที่ลุ่ม อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 7.5 กิโลเมตร หมู่ที่ 6 ต. พันท้ายนรสิงห์ อ. เมือง จ. สมุทรสาคร

       เป็นหลักฐานสำคัญมาก แสดงว่าบริเวณนี้เป็นเส้นทางคมนาคมการค้าโลกทางทะเลสืบเนื่องหลายพันปีจนถึงยุคพันท้ายนรสิงห์ 

เรืออาหรับ?

      รายงานของทางการกรมศิลปากร ระบุว่าเรือโบราณ เป็นเรือไม้ขนาดใหญ่ ยาวมากกว่า 20 ม. กระดูกงู ยาว 17.65 ม. หน้าตัด 60 x 70 ซม. เสากระโดงยาว 17.77 ซม. เส้นรอบวง 53-101 ซม. กงเรือมีขนาดเล็ก กราบเรือหรือเปลือกเรือพบว่ามีการเสริมกราบสองชั้นด้วยการใช้เชือกผูกโยงยึด เป็นเทคนิคการต่อเรือที่เหมือนกับเรืออาหรับโบราณ

       ภายในเรือพบโบราณวัตถุจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นภาชนะดินเผาขนาดใหญ่

      ภาชนะเนื้อแกร่ง พบชิ้นส่วนภาชนะมีเดือยแหลมที่ก้น แบบ Amphora ซึ่งมักพบในแหล่งเรือจมในต่างประเทศ เป็นภาชนะที่ออกแบบเพื่อใช้ในการขนส่งทางทะเล ชิ้นส่วนภาชนะมีเดือยแหลมที่ก้น ที่พบจากเรือจมหลังวัดกลางคลองนั้น ด้านในภาชนะมียางสีดำติดอยู่ทุกชิ้น ขณะนี้พบแล้วประมาณ 4 ใบ แสดงให้เห็นว่าภาชนะประเภทนี้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุของเหลวสีดำแบบเดียวกัน

       เครื่องเคลือบ พบเครื่องเคลือบที่ผลิตจากแหล่งเตาในประเทศจีน ส่วนใหญ่เป็นไหขนาดใหญ่ เคลือบสีเขียวใส เคลือบสีน้ำตาล น้ำตาลเข้มเกือบดำ เป็นต้น บางชิ้นมีตัวอักษรจีน เบื้องต้น อ่านว่า “ซิ่ว”

      ภายในภาชนะหลายใบ พบอินทรียวัตถุหลายประเภท เช่น ลูกมะพร้าว ลูกตาล เมล็ดข้าว ยางไม้ กะลามะพร้าวเจาะรู เครื่องจักสาน เป็นต้น

      แต่เรือส่วนใหญ่ยังจมอยู่ในดินเลน และอาจมีโบราณวัตถุอีกเป็นจำนวนมาก

เรอโบราณพนป

ภาพสลักเรือที่บุโรพุทโธ เรือพบใหม่บริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์
อาจจะมีหน้าตาเป็นอย่างนี้

        เรือที่ขุดพบในครั้งนี้คงเป็นเรือแบบพวกอาหรับ หรือเปอร์เซียซึ่งก็เป็นแบบเดียวกันกับซากเรือที่มีการขุดพบในเกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซีย ที่กำหนดอายุได้อยู่ในช่วงที่ไล่เลี่ยกัน

       ที่สำคัญคือมีการสันนิษฐานไว้ว่า เรือที่พบในสุมาตราคงจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างเดียวกับเรือบนภาพสลักที่สถูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ บุโรพุทโธ ซึ่งเริ่มต้นมีการสร้างขึ้นบนเกาะชวา ประเทศอินโนีเซียตั้งแต่เมื่อราว พ.ศ. 1303 เป็นอย่างน้อย

       หมายความว่า ซากเรือจมพบใหม่บริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์นี้ก็ควรมีรูปร่างหน้าตาไม่แตกต่างกันมากนัก

       ข้อมูลจากบันทึกเก่าของชาวจีนในช่วงราชวงศ์ถัง ระบุว่า ช่วงราว พ.ศ. 1150-1250 ช่างชาวชวาสามารถต่อเรือเดินสมุทรขนาดกลาง
ซึ่งมีขนาดประมาณ 500 ตันได้แล้ว ผมไม่มีความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่ดีพอจะคำนวณขนาดของเรือที่ค้นพบใหม่นี้ แต่ก็เดาเอาว่า คงจะมีขนาดไม่ต่างจากในบันทึกของจีนนัก เพราะหากที่ท่านอธิบดีกรมศิลป์ประเมินไว้ถูกต้องว่า เรือลำนี้สูงราวตึกสามชั้น ก็คงจะเป็นเรือเดินสมุทรขนาดกลางในสายตาของชาวจีนยุคนั้นเป็นแน่ เพราะในบันทึกฉบับเดียวกัน ระบุว่าช่วงเวลาเดียวกัน ชาวจีนสมัยราชวงศ์ถังสามารถต่อเรือขนาดสูงราวตึกห้าชั้นได้แล้ว
       (ภาพและคำอธิบายจากเรื่อง ซากเรือจม พบใหม่ อายุ 1,000 ปีมาแล้ว ยุคทวารวดี บริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ ของ ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ พิมพ์ในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันศุกร์ที่ 20 วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2556 หน้า 47)

การค้าทางทะเล ยุคอยุธยา

       อยุธยาหลังรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ฯ การค้าขายกับนานาชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรปจะลดน้อยถอยลงไป

      แต่ราชอาณาจักรสยามก็มิได้อยู่ในลักษณะปิดประเทศ เพราะยังคงทำการค้าขายกับประเทศอื่นๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะกับจีน ทำให้รายได้ที่เข้าพระราชอาณาจักรไม่ต่างไปจากแต่ก่อน

       เป็นผลให้มีการขยายตัวของชุมชนในระดับหมู่บ้านและเมืองตามท้องถิ่นต่างๆ ทั่วไปในที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีการขุดซ่อมคูคลองเพื่อการคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างท้องถิ่นต่างๆ กับเมืองและเมืองหลวงเพิ่มมากขึ้น

      แน่นอน เส้นทางคมนาคมขนส่งทางน้ำแต่ดั้งเดิมสืบจากยุคทวารวดีก็ยิ่งทวีความสำคัญ และได้รับการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพราะนอกจากจะเป็นเส้นทางสำคัญในการสงครามแล้ว ยังอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งต่อการค้าขาย ทั้งภายนอกและภายในด้วย ดังจะเห็นว่ามีการปรับปรุงเส้นทางน้ำเป็นระยะๆ เช่น

      สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (พ.ศ. 2034-72) ขุดซ่อมคลองสำโรงและคลองทับนาง,สมเด็จพระไชยราชาธิราช (พ.ศ. 2077-89) ขุดคลองลัดที่บางกอก, ฯลฯ

      ครั้นถึงแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าเสือ (พ.ศ. 2245-51) ขุดคลองมหาชัย บริเวณเดียวกับเส้นทางเรือโบราณ 1,000 ปีนั่นเอง

1เรอโบราณพนป 
ซากกระดูกงูเรือโบราณ 1,000 ปีมาแล้ว ที่ชาวบ้านขุดพบ
จมอยู่ใต้โคลนตมนากุ้ง หลังวัดวิสุทธิวราวาส
ต. พันท้ายนรสิงห์ อ. เมือง จ. สมุทรสาคร ไม่ไกลจากศาลพันท้ายนรสิงห์

ศาลพันท้ายนรสิงห์

     ความเป็นมาของคลองมหาชัยมีอยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาที่บันทึกเอาไว้คล้ายตำนานหรือนิทานเรื่อง พันท้ายนรสิงห์

     ระบุว่า เมื่อ พ.ศ. 2247 สมเด็จพระเจ้าเสือเสด็จฯ โดยเรือพระที่นั่งเอกชัยจะไปประพาสทรงเบ็ด ณ  ปากน้ำเมืองสาครบุรี พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ บันทึกว่า

      “ครั้นเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขาม แลคลองที่นั่นคดเคี้ยวนัก แลพันท้ายนรสิงห์ซึ่งถือท้ายเรือพระที่นั่ง คัดแก้ไขมิทันที แลศีรษะเรือพระที่นั่งนั้นโดนกระทบกิ่งไม้อันใหญ่เข้า ก็หักตกลงไปในน้ำ”

      นิทานพันท้ายนรสิงห์ พรรณนาอีกยืดยาว แต่โดยสรุปว่าให้ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์แล้วโปรดให้ “ทำศาลขึ้นสูงประมาณเพียงตา. แลให้เอาศีรษะพันท้ายนรสิงห์, กับศีรษะเรือพระที่นั่งซึ่งหักนั้น, ขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาลนั้น.”

      ศาลเทพารักษ์ที่ตำบลโคกขาม, ก็มีปรากฏมาตราบเท่าทุกวันนี้.

2เรอโบราณพนป
ศาลพันท้ายนรสิงห์และศาลเจ้าแม่ศรีนวล (รูปเก่า พ.ศ. 2530)
ซึ่งเป็นศาลเจ้าแม่หัวนาเกลือเก่าริมคลองบ้านโคก
ต. โคกขาม อ. เมือง จ. สมุทรสาคร
3เรอโบราณพนป
ศาลพันท้ายนรสิงห์ (ปัจจุบัน) ต. พันท้ายนรสิงห์
อ. เมือง จ. สมุทรสาคร

ขุดคลองมหาชัย

     เมื่อประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์แล้ว สมเด็จพระเจ้าเสือ ก็ทรงพระดำริว่าคลองโคกขามนั้นคดเคี้ยว คนทั้งปวงจะเดินเรือเข้าออกก็ยาก ต้องอ้อมวงไปไกลกันดารนัก ควรเราจะให้ขุดลัดตัดเสียให้ตรงจึงจะชอบ แต่ยังขุดไม่เสร็จก็เสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าท้ายสระเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ แล้วขุดจนสำเร็จ

      การขุดซ่อมเส้นทางคลองด่าน-คลองมหาชัย ต้องมีการวางแผนมาก่อนล่วงหน้า ทั้งนี้เพราะเส้นทางในช่วงโคกขามนี้คดเคี้ยวอันเกิดจากการกระทำของธรรมชาติ จึงเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน ถึงแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำเพชรบุรีซึ่งเป็นหัวเมืองสำคัญมากด้านตะวันตกเฉียงใต้

      หย่อมย่านบ้านเมืองแถบชายทะเลและลุ่มแม่น้ำด้านตะวันตกเฉียงใต้  มีพืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ เพราะพื้นที่ติดทะเลและติดเทือกเขา นอกจากนั้นยังมีอาหารลักษณะพิเศษอีกด้วย เช่น กะปิ, น้ำปลา, ปลาทู, ปลาแห้ง ฯลฯ มีบันทึกอยู่ในคำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม

      ย่อมเป็นประจักษ์พยานได้ดีว่าอาหารพิเศษที่ปรุงมาจากทรัพยากรทางทะเลจากเมืองเพชรบุรีนั้นมีบทบาทสำคัญต่อการบริโภคของผู้คนในพระนครศรีอยุธยา

      เส้นทางที่สรรพสินค้าจากปากใต้จะต้องใส่เรือเพื่อลำเลียงสู่พระนครศรีอยุธยาก็คือ เส้นทางคลองด่าน-โคกขามนั่นเอง มีวรรณกรรมกล่าวถึงหลายเรื่อง  เช่น วรรณกรรมของนรินทร์อิน, พระยาตรัง, และสุนทรภู่

       ทั้งหมดนี้ คือ เส้นทางเรือโบราณ 1,000 ปี สืบเนื่องถึงยุคพันท้ายนรสิงห์กระทั่งทุกวันนี้

 4เรอโบราณพนป

แผนที่แสดงเส้นทางคลองด่าน-คลองมหาชัย เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำท่าจีน (ที่สมุทรสาคร)

 

หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 หน้า 20