Get Adobe Flash player

ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา

ชีวประวัติพระสังฆราช

หนังสือแนะนำ

ต้นกำเนิด... เกิดตำนานสิ่งแรกฯ

สถิติอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

ชวนเที่ยว ชวนเชื่อ

ฟารีสีกระหายเลือด เปาโลกระหายรัก

เว็ปไซต์...เพื่อนบ้าน

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday39
mod_vvisit_counterYesterday0
mod_vvisit_counterThis week39
mod_vvisit_counterLast week0
mod_vvisit_counterThis month39
mod_vvisit_counterLast month0
mod_vvisit_counterAll115380
Home Historical Articles ประมวลแผนที่ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การเมือง... แผนที่ “พม่า-สยาม-โคชินจีน” ฉบับแอร์โรวสมิธ (John Arrowsmith) พ.ศ. 2375

แผนที่ “พม่า-สยาม-โคชินจีน” ฉบับแอร์โรวสมิธ (John Arrowsmith)

พ.ศ. 2375 (ค.ศ. 1832)

Burma, Siam, and Cochin China

     แผนที่  Burma, Siam, and Cochin China, by J. Arrowsmith. (ขนาด 306X477 มม.) โดย จอห์น แอร์โรวสมิธ (John Arrowsmith) นักแผนที่ชาวอังกฤษ แม้จะระบุด้านล่างแผนที่ว่า “พิมพ์เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1832” แต่ปรากฏครั้งแรกในสมุดแผนที่ The London Atlas of Universal Geography พิมพ์ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2377 (ค.ศ. 1834) หรือสองปีถัดมา ตรงกับกลางรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แอร์โรวสมิธได้ปรับปรุงสมุดแผนที่ The London Atlas หลายครั้งจนกระทั่ง พ.ศ. 2401 (ค.ศ. 1858) จึงโอนให้ เอ็ดวาร์ด สแตนฟอร์ด (Edward Stanford) รับช่วงต่อ “แผนที่สยาม” ในสมุดแผนที่ Stanford’s London Atlas of Universal Geography อยู่ภายใต้ชื่อ “Siam Burma & Anam” หรือ “สยาม พม่า และอันนัม” พิมพ์ครั้งแรกที่กรุงลอนดอน พ.ศ. 2437 (ค.ศ. 1894)
    
ในช่วงต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ชนชั้นนำอังกฤษให้ความสนใจกับพม่าและสยามเป็นอย่างสูงไม่น่าแปลกใจเพราะอังกฤษเพิ่งรบชนะพม่ามาหมาดๆ พ.ศ. 2368 (ค.ศ.1825)  ทั้งยังได้ส่งทูต จอห์น ครอว์เฟิร์ด (John Crawfurd) และจอร์จ ฟินเลย์สัน (George Finlayson) เข้ามาสยามเพียงไม่กี่ปีก่อนหน้า ดังนั้นเมื่อ ครอว์เฟิร์ด และฟินเลย์สัน ตีพิมพ์จดหมายเหตุการณ์เดินทางออกจำหน่ายที่กรุงลอนดอน จึงได้รับการต้อนรับอย่างดีจากบรรดาพวก “ผู้ดีอังกฤษ” จดหมายเหตุครอว์เฟิร์ดซึ่งมีแผนที่สยามขนาดใหญ่แทรกอยู่ ได้รับความนิยมมากกว่า และได้รับการพิมพ์ซ้ำทั้งที่กรุงลอนดอน และกรุงไวมาร์ ประเทศเยอรมนี นอกจากแผนที่สยามโดย จอห์น วอล์คเกอร์ (John Walker)  ในจดหมายเหตุนี้แล้ว ยังมีแผนที่ “สยาม-พม่า-เวียดนาม” โดยชาวอังกฤษอีกหลายแผ่นที่พิมพ์ขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน อาทิ แผนที่ Birman Empire & Countries South East of the Ganges (“จักรวรรดิพม่าและประเทศทางตะวันออกเฉียงใต้ของพระแม่คงคา”) โดย จอห์น ดาวเวอร์ (John Dower) พ.ศ. 2374 (ค.ศ. 1831)  แผนที่ Map of the Burman Empire Including also Siam, Cochin-China, Ton-king, and Malaya (“แผนที่จักรวรรดิพม่า รวมถึงสยาม โคชินจีน ตังเกี๋ย และมลายา”) โดยเจมส์ ไวล์ด (James Wyld) พ.ศ. 2375 (ค.ศ. 1832) และแผนที่โดยแอร์โรวสมิธที่กล่าวถึงนี้
    
แผนที่  “พม่า สยามและ โคชินจีน”  โดย แอร์โรวสมิธ พิมพ์ขึ้น 4 ปีหลังแผนที่สยามฉบับครอว์เฟิร์ด แผนที่ฉบับแอร์โรวสมิธครอบคลุมพื้นที่มากกว่า โดยทางทิศตะวันตกสิ้นสุดที่ปากพระแม่คงคา  (R. Ganges) ในอินเดีย ขณะที่แผนที่ฉบับครอว์เฟิร์ดสิ้นสุดแค่ปากแม่น้ำสะโตง (Sittang Riv.) ในพม่าส่วนทางทิศใต้ แผนที่ฉบับครอว์เฟิร์ดครอบคลุมพื้นที่มากกว่า โดยรวมแหลมมลายูทั้งหมดจรดเกาะสิงคโปร์ (Singapore) ขณะที่แผนที่ฉบับแอร์โรวสมิธสิ้นสุดแค่เปรักและตรังกานู (Perak, Tringano) น่าสังเกตว่าแผนที่ฉบับแอร์โรวสมิธให้ความสำคัญกับพม่าเป็นพิเศษ โดยระบุชื่อและตำแหน่งของหัวเมืองชั้นในและนอกอย่างละเอียด แต่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐในอินโดจีนค่อนข้างน้อย (ยกเว้นเมืองท่าโคชินจีนตลอดชายฝั่งทะเลจีนใต้ที่ให้รายละเอียดมากเป็นพิเศษ ทั้งยังเป็นแผนที่ฝรั่งแผ่นแรกๆ ที่แสดง Tanlesap หรือ ทะเลสาบเขมร) การเน้นข้อมูลภูมิศาสตร์ของพม่าในแผนที่ สอดคล้องกับการรู้ ความสนใจ และอิทธิพลของอังกฤษในภูมิภาคขณะนั้น

0p1map23

    แผนที่พม่า-สยาม-โคชินจีน ฉบับแอร์โรวสมิธ (John Arrowsmith) พ.ศ. 2375 (ค.ศ. 1832)
Burma,Siam,and Cochin China (ภ่าพจากหอสมุดแห่งชาติโปรตุเกส กรุงสิลบอน)

       ในส่วนของสยาม แผนที่ให้อาณาเขตทิศเหนือสิ้นสุดที่ สังคโลก (Sankuluk) ทิศใต้สิ้นสุดที่ตรังและสงขลา (Trang, Sungora)  โดยไม่รวมเคดะห์และปัตตานี (Queda, Patani) ทิศตะวันตกสิ้นสุดที่  “เจดีย์สามองค์” (Phra-song Choo Phrachedee-samong) โดยวางสัญลักษณ์  “เจดีย์สามองค์”  คร่อมเส้นแบ่งเขตแดน ส่วนอาณาเขตชายฝั่งอันดามันครอบคลุมตั้งแต่ “ปากจั่น” (Pak-chan) ในจังหวัดระนองปัจจุบัน เรื่อยมาจนประชิดอาณาเขตของเคดะห์ที่ “ละงู” (Lungu) ในจังหวัดสตูลปัจจุบัน ส่วนทิศตะวันออกสิ้นสุดที่ โคราช (Korat) และ กำปงโสม (pong-som) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในกัมพูชา
    
ขอตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ระบายสีแผนที่ฉบับ Original นั้น “สะเพร่า” โดยละเลยเส้นประแสดงเขตแดนระหว่างสยามและกัมพูชา (เส้นประที่ไล่จากเหนือลงใต้ ระหว่างตัว M  ของ SIAM และตัว C ของ  CAMBOJA) ทำให้อาณาเขตของสยาม (สีเหลือง) ครอบคลุมดินแดนกัมพูชา (สีเขียว) ไปจนจรดทะเลสาบเขมรและปากแม่น้ำโขง
    
แผนที่ฉบับแอร์โรวสมิธ นอกจากจะกำหนดอาณาเขต ระบุชื่อและตำแหน่งของเมืองสำคัญในการรับรู้ของชาวอังกฤษขณะนั้น ยังได้แทรกข้อมูลการค้า การเดินทาง หรือแม้แต่การทำศึกสงครามไว้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น ผู้เขียนได้เสริมข้อมูลต่อจากชื่อเกาะภูเก็ต (Salang or Junkseylon) ว่า “บนเกาะนี้เต็มไปเหมืองแร่ดีบุก” และต่อจากชื่อจันทบูร (Chan-ta-bon) ว่า “ใกล้เมืองนี้มีเหมืองอัญมณีล้ำค่า” ทั้งยังวาดเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างชายฝั่งอันดามันและอ่าวสยาม จาก เคดะห์ (Queda) สู่ สงขลา (Sungora) จากพังงา (Ponga) สู่ ไชยา (Chai-ya) และ จาก ตรัง (Trang)  สู่ ลิกอร์ หรือ นครศรีธรรมราช (Ligor)  แอร์โรวสมิธระบุว่าเส้นทางจากตรังสู่นครศรีธรรมราชเป็น “G[rea]t trade route between Bengal & the Siamese Cap[ita]1” ถอดความได้ว่า “เส้นทางการค้าที่สำคัญระหว่างอ่าวเบงกอลและเมืองหลวงของสยาม” ผู้เขียนยังได้เขียนข้อความพาดยาวเหนือดินแดนลาวว่า  “Composed of petty states tributary to the Chinese, the Siamese, & the Burmans.” ถอดความได้ว่า “ประกอบด้วยรัฐบรรณาการต่างๆ ที่ขึ้นต่อจีน สยาม และพม่า” ท้ายสุด บริเวณพื้นที่ว่างต่อจากแม่น้ำบางปะกง (Bang-pa-kung R.) ผู้เขียนระบุด้วยว่า “said to be a communication for Boats, Crawfurd P.407. |by this River the Siamese invaded Camboja  P.444. | conquered by the King of Siam 1809, Crawfurd P.406.” สรุปได้คร่าวๆว่า “กษัตริย์สยามได้เดินทัพทางเรือตามเส้นทางแม่น้ำบางปะกงเพื่อเข้าตีกัมพูชา และพิชิตได้สำเร็จเมื่อ ค.ศ. 1809 (พ.ศ. 2352)” โดยให้เครดิตข้อมูลในแผนที่ว่ามาจากจดหมายเหตุครอว์เฟิร์ด
    
ตามที่เกริ่นไว้ในย่อหน้าแรก แผนที่ “พม่า สยาม และโคชินจีน” รวมอยู่ในสมุดแผนที่ The London Atlas จนกระทั่งฉบับพิมพ์ครั้งสุดท้ายภายใต้การกำกับดูแลของแอร์โรวสมิธในปี พ.ศ. 2401 (ค.ศ. 1858) ต่อมาได้โอนให้ เอ็ดวาร์ด สแตนฟอร์ด รับช่วงต่อ น่าสังเกตว่าแผนที่ของสแตนฟอร์ด ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “สยาม พม่า และ อันนัม” โดยสลับชื่อสยามขึ้นต้น ทั้งยังเน้นให้น้ำหนักแก่ “สยาม” โดยพิมพ์ชื่อแยกไว้แถวบนด้วยตัวอักษรหนาพิเศษแถมด้วยแรเงาทึบ ส่วนชื่อ “พม่า” และ “อันนัม” พิมพ์ด้วยตัวอักษรบางและรวบไว้ด้วยกันที่แถวล่าง หากมองในบริบทการเมืองระหว่างประเทศในสมัยนั้น ก็คงไม่น่าแปลกใจ เพราะแผนที่พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2437 (ค.ศ. 1894) หรือหนึ่งปีหลังเหตุการณ์   “ร.ศ. 112” ช่วงเวลาที่ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสต่างกำลังช่วงชิงบทบาทและดินแดนในภาคพื้นอุษาคเนย์

0p2map23