Get Adobe Flash player

ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา

ชีวประวัติพระสังฆราช

หนังสือคำสอน

รวมภาพหนังสือแนะนำ   

 

 หนังสือคำสอนเล่มแรก
KHAM SON CHRISTANG
news 

ภาพเก่าจากหนังสือสารสาสน์

ต้นกำเนิด... เกิดตำนานสิ่งแรกฯ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้27
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้27
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว27
mod_vvisit_counterทั้งหมด125390
Home Historical Articles คอลัมน์ ...จากหนังสือเมืองโบราณ โบสถ์มิสซังท่าแร่ การสืบทอดและพัฒนางานสิมฝีมือช่างญวน

ชวลิต อธิปัตยกุล

     ชุมชนบ้านท่าแร่ คือกลุ่มเข้ารีตที่อพยพจากหนองแสง เพื่อหลีกเลี่ยงการกลั่นแกล้ง จากข้าราชการยุคนั้น โดยได้เคลื่อนย้ายมาอยู่บริเวณริมหนองหาน ระหว่างตัวเมืองสกลนครกับนครพนม เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๗ ส่วนตัวอาคารของโบสถ์ที่ก่อด้วยศิลาแลงสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๔ หลักฐานจากภาพถ่ายเก่า (ภาพที่ ๑) หลังจากก่อสร้างที่หนองแสง นครพนมแล้วเสร็จ ๔ ปี

001การสบทอดงานสม

ภาพที่ ๑ โบสถ์มิสซังท่าแร่ สกลนคร

002การสบทอดงานสม

ภาพที่ ๒ สิมวัดยอดลำธาร อำเภอโพนนาแก้ว ใช้ศิลาแลงเป็นโครงสร้างหลัก
ภาพที่ ๓ สิมวัดสะพานคำ อำเภอเมือง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘

     มีสิมอย่างน้อย ๒-๓ หลังในสกลนคร ที่ใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุก่อสร้างหลัก รวมถึงอาคารแบบฝรั่ง ด้านหลังโบสถ์ที่ท่าแร่ด้วย อาคารเหล่านี้สะท้อนให้เห็นพัฒนาการและความยืดหยุ่นด้านการใช้วัสดุงานช่างได้เป็นอย่างดี

     ศิลาแลง หรือแลง หรือแม่รัง เป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายในเขตพื้นที่จังหวัดสกลนคร มีลักษณะคล้ายหิน สีแดง ส้ม หรือน้ำตาล มีรูพรุนทั่วไป มีทั้งความอ่อนนุ่มและแข็งแรงพอสมควร จึงถูกใช้เป็นวัสดุก่อสร้างที่สำคัญในอดีต เช่น ปราสาทบ้านพันนา สะพานขอม และฐานรากปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง

     จนถึง ปี พ.ศ. ๒๔๔๔ โบสถ์หลังแรกของมิสซังในจังหวัดสกลนครจึงถูกสร้างขึ้นด้วยศิลาแลง ซึ่งก็อาจเป็นเพราะดินบริเวณแถบนี้ไม่เหมาะสมกับการทำดินจี่ หรือช่างชาวเวียดนามอาจไม่คุ้นชินกับการทำดินจี่อย่างช่างพื้นถิ่นอีสานก็เป็นได้

     โบสถ์แห่งนี้ก่อสร้างโดยการริเริ่มของบาทหลวงซึ่งเป็นผู้นำของเวียดนามที่อพยพเข้ามาก่อนหน้า กรณีพิพาทดินแดนแม่น้ำโขง พ.ศ. ๒๔๓๖ โดยสั่งอุปกรณ์บางชิ้นจากประเทศฝรั่งเศส เช่น กลอนประตู หน้าต่าง บานพับ ลูกบิด มือจับ เป็นต้น

     หลังจากสร้างเสร็จ ช่างเวียดนามเหล่านี้ก็กลายเป็นกลุ่มช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญการก่อสร้างและออกแบบอาคาร โดยใช้ซึมซับอิทธิพลด้านรูปแบบมาจากสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ที่ผ่านตาพวกตนมาแต่อดีตนั่นก็คือ พระราชวังเมืองเว้ในเวียดนาม

     ส่วนสิมแบบฝีมือช่างญวนหลังแรกของจังหวัดสกลนครถูกสร้างขึ้นที่วัดยอดลำธาร อำเภอโพนนาแก้ว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๓ โดยใช้ศิลาแลงเป็นโครงสร้างหลัก (ภาพที่ ๒)

     สิมศิลาแลงหลังที่สองถูกสร้างขึ้นที่วัดสะพานคำ อำเภอเมือง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ (ภาพที่ ๓)
     หลังต่อไปคือสิมวัดพระพุทธไสยานาม อำเภอเมือง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ (ภาพที่ ๔)
     สิมศิลาแลงหลังสุดท้ายคือสิมวัดสิทธิพลบังคม อำเภอพรรณนานิคม สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ (ภาพที่ ๕) ตามลำดับ

     ส่วนอาคารตึกห้องแถวที่ใช้ศิลาแลงเป็นโครงสร้างหลักนั้นจะพบเห็นตั้งเรียงรายเป็นจำนวนมากบนถนนหลังโบสถ์มิสซังท่าแร่

003การสบทอดงานสม

ภาพที่ ๔ สิมวัดพระพุทธไสยาราม อำเภอเมือง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗
ภาพที่ ๕ สิมวัดสิทธิบังคม อำเภอพรรณานิคม  สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘

     จะเห็นว่า ช่างสามารถปรับเปลี่ยนวัสดุที่เป็นโครงสร้างหลักได้ ไม่ว่าจะเป็นอิฐหรือศิลาแลง หากมีความเข้าใจเรื่องการก่อสร้างเป็นทุนเดิม และเมื่อก่อฉาบอีกชั้นด้วยปูนเพื่อปกปิดโครงสร้างภายในแล้วก็ไม่มีความแตกต่างที่จะสังเกตได้แต่อย่างใด

     อนึ่ง การที่สิมรูปแบบฝีมือช่างญวนบางหลังใช้ดินจี่เป็นโครงสร้างหลัก ย่อมแสดงถึงการแลกเปลี่ยนพัฒนาการด้านเชิงช่าง จากงานพื้นถิ่นอีสานสู่งานฝีมือช่างญวน เพราะในเวียดนามนั้น แม้จะมีเทคนิคการทำอิฐมาก่อนหน้า แต่ส่วนผสมและวิธีทำก็แตกต่างจากดินจี่ของอีสาน

     อาจกล่าวได้ว่า การเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางเชิงช่างนับเป็นเรื่องปรกวิสัยของช่างในทุกๆวัฒนธรรม

ข้อมูลจากหนังสือเมืองโบราณ หน้า ๖๓-๖๕