Get Adobe Flash player

ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา

ชีวประวัติพระสังฆราช

หนังสือคำสอน

รวมภาพหนังสือแนะนำ   

 

 หนังสือคำสอนเล่มแรก
KHAM SON CHRISTANG
news 

ภาพเก่าจากหนังสือสารสาสน์

ต้นกำเนิด... เกิดตำนานสิ่งแรกฯ

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้57
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้57
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว57
mod_vvisit_counterทั้งหมด125420
Home Historical Articles ธนบัตรไทย (พ.ศ. ๒๔๔๕-๒๕๔๕) ประกาศ เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

ประกาศ

เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

ว่าด้วยการออกใช้ธนบัตร์

    ด้วยตามพระราชบัญญัติธนบัตร์สยาม รัตนโกสินทร ศก ๑๒๑ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมธนบัตร์มีน่าที่ออกตั๋วสำคัญเรียกว่า ธนบัตร์ ซึ่งรับจ่ายเงินให้แก่ผู้นำมาขึ้นโดยทันทีตามจำนวนเงินแจ้งอยู่ในธนบัตร์

    แลตามมาตรา ๑๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติมีอำนาจออกประกาศแลกฎได้ โดยลงพิมพ์แจ้งความในหนังสือราชกิจจานุเบกษานั้น

    บัดนี้ เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติประกาศให้ทราบทั่วกันดังต่อไปนี้

    ข้อ ๑ กรมธนบัตร์จะเปิดรับแลกเปลี่ยนกับประชาชนตั้งแต่วันที่ ๒๓ กันยายน รัตนโกสินทร ศก ๑๒๑ เป็นต้น

    ข้อ ๒ ที่ทำการกรมธนบัตร์นั้น ตั้งอยู่ณะพื้นที่ชั้นต่ำหอรัษฎากรพิพัฒน์ เวลาทำการแลกเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ ๔ โมงเช้าไปจน ๓ โมงเยนทุกวัน เว้นแต่วันเสาร์ (ซึ่งเปนวันหยุดครึ่งวัน) กับวันอาทิตย์ (ซึ่งเปนวันหยุดเต็มวัน) แลวันอื่นๆ เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติจะได้กำหนดให้เปนวันหยุดนั้น

    ข้อ ๓ ในระหว่างกำหนดเวลาที่กล่าวมานี้ เจ้าพนักงานจะได้จำหน่ายธนบัตร์แลกเงินตราของรัฐบาลสยามโดยไม่กำหนดเขตร์ คือมีผู้นำเงินตรามาขอแลกเท่าใดก็จะจำหน่ายธนบัตร์ให้พอกับจำนวนเงินที่นำมานั้น

    ธนบัตร์ที่เจ้าพนักงานจะจำหน่ายแลกเงินตรานี้ มีราคาต่างกันเปน ๕ ชนิด คือ ใบละ ๕ บาทชนิดหนึ่ง ใบละ ๒๐ บาท ชนิดหนึ่ง ใบละ ๑๐๐ บาท ชนิดหนึ่ง ใบละ ๑๐๐๐ บาทชนิดหนึ่ง

    ในระหว่างเวลาที่ทำการนั้น ถ้ามีผู้นำธนบัตร์กลับมาขอขึ้นเงินตราตามจำนวนเงินที่แจ้งอยู่ในธนบัตร์นั้นก็ดี หรือจะขอเปลี่ยนเอาธนบัตร์ซึ่งต่างราคากันก็ดี เจ้าพนักงานกรมธนบัตร์จะรับแลกให้ตามประสงค์

    ข้อ ๔ ธนบัตร์นั้นมีขนาดต่างกันเปนสองขนาด คือชนิดราคา ๕ บาทนั้นขนาดย่อม อีก ๔ ชนิดนั้นขนาดเขื่องเท่ากันทั้ง ๔ ชนิด มีลักษณ์ ดังนี้

    ในธนบัตร์นั้น มีราคาเปนตัวอักษรทั้งภาษาไทยแลภาษาอังกฤษ มุมสี่มุมมีเลขไทยและเลขอารบิกบอกราคาอีกชั้นหนึ่งแลในกรอบมีหนังสือจีนอยู่ข้างซ้ายมือหนังสือมาลายูข้างขวามือ บอกราคาในภาษาทั้งสองภาษานั้นด้วย ส่วนเลขหมายธนบัตร์นั้น ก็มีทั้งเลขไทยแลเลขอารบิกเหมือนกัน

    ข้อ ๕ ธนบัตร์ทุกๆ ฉบับมีนามเปนลายพระหัตถ์พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย พิมพ์ไว้ข้างขวามือ เหนือคำว่าเสนาบดี พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัสพิมพ์ไว้ข้างซ้าย เหนือคำว่า เจ้าพนักงาน ถ้าเปลี่ยนผู้ลงนามในธนบัตร์นี้เมื่อใด ก็จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ทราบทั่วกัน

    นามที่พิมพ์ลงในธนบัตร์เช่นนี้ ให้เปนที่เชื่อถือเหมือนลงชื่อด้วยลายมือ หรือตราตำแหน่งในที่ทั้งปวง ดังข้อความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติธนบัตร์ รัตนโกสินทร ศก ๑๒๑ 

    ข้อ ๖ เมื่อกรมธนบัตร์ได้เปิดทำการตามพระราชบัญญัติแล้ว เจ้าพนักงานจะได้จัดธนบัตร์ส่งไปยังพระคลังหัวเมืองตามความต้องการ เพื่อให้จำหน่ายแลกเงินตราหรือธนบัตร์ที่ต่างราคากัน

    ธนบัตร์ที่มีผู้นำมาขึ้นเงินที่พระคลังหัวเมืองก็ดี หรือที่กรมศุลกากรกรุงเทพฯ ก็ดี ให้เจ้าพนักงานรับขึ้นให้ตามควรแก่ที่จะรับได้

   ข้อ ๗ ธนบัตร์ที่มีผู้นำมาขึ้นที่กรมธนบัตร์ก็ดี ที่พระคลังตำบลหนึ่งตำบลใดก็ดี หรือที่กรมศุลกากรกรุงเทพฯ ก็ดี  ถ้าเจ้าพนักงานตรวจเห็นเปนธนบัตร์ปลอม หรือธนบัตร์ที่มีผู้แปลงในที่สำคัญ (เช่น เลขหมาย หรือ วัน หรือ ราคา) เช่นนี้ ก็ให้เจ้าพนักงานยึดไว้ แลให้เรียกชื่อแลที่อยู่ของผู้นำธนบัตร์มาขึ้นนั้นไว้ด้วย ผู้นำธนบัตร์มาขึ้นนั้น ถ้าเปนผู้ไม่มีหลักฐานอันสมควร ก็ให้เจ้าพนักงานพาตัวไปยังพลตระเวน หรืออัยการอันสมควร พร้อมกับธนบัตร์ที่ยื่นนั้น เพื่อให้ไต่สวนเหตุผลต่อไป

    ข้อ ๘ ธนบัตร์ซึ่งมีราคาฉบับละ ๑๐๐ บาท แลฉบับละ ๑๐๐๐ บาทนั้น ถ้าเจ้าของทำหายแล้วมาแจ้งความต่อเจ้าพนักงานกรมธนบัตร์ ก็ให้เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนไว้ให้ เพื่อช่วยในการที่จะติดตามต่อไป แต่ให้เปนที่เข้าใจว่า ถ้ามีผู้นำธนบัตร์ซึ่งกล่าวว่าหายนั้นมาขึ้นเมื่อใด เจ้าพนักงานก็ต้องจ่ายเงินให้ เพราะธนบัตร์นั้นสัญญาจะจ่ายเงินให้แก่ผู้นำมาขึ้นโดยทันที

    แต่ธนบัตร์ที่มีผู้มาจดทะเบียนไว้แล้ว แลมีผู้อื่นนำมาขึ้นเช่นนี้ เจ้าพนักงานจะถามชื่อแลที่อยู่ผู้ขึ้นไว้ แล้วจะรีบแจ้งความไปให้เจ้าของผู้จดทะเบียนไว้นั้นทราบแลทั้งจะแจ้งความไปยังกรมพลตระเวนด้วย ส่วนธนบัตร์ราคา ๕ บาท ๑๐ บาท นั้น ถ้าหาย เจ้าพนักงานจะไม่รับจดทะเบียนไว้

    ข้อ ๙ ธนบัตร์ซึ่งมีผู้ตัดหรือขาดออกแล้วเปนสองท่อน แต่เวลาที่กลับต่อจะให้เปนฉบับเดียวกันนั้น ต่อผิดฉบับกันไป เลขหมายข้างซ้ายมือกับข้างขวามือไม่ตรงกัน ตรงกันแต่ราคาเช่นนี้ เรียกว่า ธนบัตร์ต่อท่อนไม่ถูกๆ นี้ ถ้าผู้ใดมีอยู่ก็ควรนำมาฝากให้ลงทะเบียนในกรมธนบัตร์ไว้ แต่จะเรียกเงินไม่ได้ ต่อเมื่อได้รับอีกท่อนหนึ่งที่ต่อท่อนกันถูกเมื่อใด กรมธนบัตร์จึ่งจะจ่ายเงินให้เมื่อนั้น ถ้าสองท่อนมีสองเจ้าของ ก็จะแบ่งเงินให้ทั้งสองคน

    ธนบัตร์ต่อท่อนไม่ถูกที่มีผู้นำมาฝากจดลงทะเบียนไว้แล้วถึงสามปี แลในระหว่างสามปีนั้น ไม่มีผู้ใดนำท่อนที่ถูกมายื่นได้ดังนี้ เมื่อสิ้นกำหนดสามปี เจ้าพนักงานก็จะยอมจ่ายเงินให้แก่ผู้ที่นำมาจดทะเบียนไว้นั้น

    ข้อ ๑๐ ผู้ใดมีธนบัตร์ครึ่งซีก จะนำมาฝากจดทะเบียนไว้ที่กรมธนบัตร์ก็ได้แต่ก่อนที่กรมธนบัตร์จะจ่ายเงินให้นั้น เจ้าของจะต้องแสดงให้เปนที่พอใจเจ้าพนักงาน ๓ ข้อ คือ

    (๑) ตนเปนเจ้าของธนบัตร์จริง

    (๒) จะนำธนบัตรท่อนซึ่งยังขาดอยู่นั้นมาไม่ได้ โดยเหตุอันไม่มีทางจะแก้ไข

    (๓) ไม่มีผู้อื่นที่จะสามารถมาเรียกราคาธนบัตร์นี้ได้เป็นอันขาด ถ้าเจ้าพนักงานพอใจในข้อทั้ง ๓ นี้ ก็จะจ่ายเงินให้ภายหลังกำหนด ๖ เดือน แต่เจ้าของจะต้องทำสัญญาไว้ต่อกรมธนบัตร์ว่า ต่อไปถ้ารัฐบาลจะต้องขาดทุนด้วยธนบัตร์นี้ด้วยประการใดๆ ก็ดี ผู้ที่รับเงินไปนั้นจะต้องออกเงินใช้จงเต็ม

    ประกาศมา ณ วันที่ ๗ กันยายน รัตนโกสินทร ศก ๑๒๑