คุณแม่แอนน์ แห่งพระเยซู-มาเรีย



       คุณแม่แอนน์ เกิดวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ.1860 ประเทศอังกฤษ มีพี่น้อง 6 คน บิดามารดานับถือศาสนาโปรแตสตันต์อย่างเคร่งครัดในนิกายโลว์เชิร์ช เพราะเหตุนี้ทุกคนในครอบครัวต้องไปร่วมพิธีในโบสถ์ มารดาจะอ่านหนังสือพระคัมภีร์ให้ฟังเสมอ เมื่อหนูน้อยเจริญวัยขึ้นได้รู้จักชายคนหนึ่ง เพิ่งกลับใจมานับถือศาสนาคาทอลิกอย่างลับๆ พอหนูแอนน์รู้เรื่องก็รู้สึกไม่สบายใจ และสวดภาวนาอุทิศให้เด็ก ชายนี้พ้นจากนรก เพราะหนูแอนน์เคยได้ยินคำกล่าวร้ายถึงพระศาสนจักรคาทอลิกอย่างมากมาย แต่ด้วยพระหรรษทานของพระเป็นเจ้าได้ดลใจให้หนูแอนน์ขอยืมหนังสือบางเล่มมาอ่าน โดยต้องระวัง ซุกซ่อนไม่ให้ทางบ้านรู้หนังสือเหล่านี้ได้เปิดเผยความจริงให้เธอทราบ เธอยอมรับความเชื่อคาทอลิก และได้ขอเพื่อนพอติดต่อกับพระสงฆ์คาทอลิกเพื่อขอเรียนคำสอนและรับศีลล้างบาปอย่างลับๆ ดวงใจของเธอเปี่ยมด้วยความร่าเริงและความสุข แต่ชีวิตใหม่ของเธอก็มีการต่อสู้และยุ่งยากลำบาก เธอปฏิเสธเด็ดขาดไม่ไปโบสถ์ร่วมกับครอบครัว บิดามารดาเสียใจมาก เมื่อทราบความจริงและขังเธอไว้ในห้องไม่สามารถไปไหนและติดต่อกับใครได้ ต้องรับอาหารเลวๆ พอประทังชีวิตอยู่ตามลำพัง บิดาได้เชิญศาสนจารย์  โปรแตสตันต์มาเกลี้ยกล่อมลูกสาว แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจซึ่งมีความเชื่อมั่นในพระศาสนจักรคาทอลิกได้

ในที่สุดเมื่อแอนน์สำเร็จการศึกษาและได้เป็นครูสอนชั่วระยะหนึ่ง จึงได้ตัดสินใจที่จะถวายตัวแด่พระเป็นเจ้า โดยหนีข้ามมาสมัครบวชค ณะคาร์เมไลท์ ที่ประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากกลัวบิดาจะขัดขวาง
      
หลังจากที่ท่านได้ถวายตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ.1883 แล้วจึงได้ถูกส่งมาเป็นมิชชันนารีที่อารามไซง่อน ต่อมาภายหลังได้เป็นอธิการิณีและการก่อตั้งอารามพนมเปญ
จนกระทั่ง พระสังฆราช เรอเน แปร์รอสได้พบท่านและได้ติดต่อขอท่านมาเปิดอารามคาร์แมลที่กรุงเทพฯ ในค.ศ.1925 คุณแม่แอนน์ เจริญชีวิตอยู่ในอารามคาร์แมล กรุงเทพฯ เป็นเวลานานถึง 20 ปีและคืนวิญญาณแด่พระเป็นเจ้าวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ.1945 ขณะดำรงตำแหน่งเป็นอธิการิณี

เอกสารและจดหมายที่เกี่ยวข้องในการติดต่อ

       จดหมายพระสังฆราชแปร์รอส ถึงคุณแม่แอนน์ แห่งพระเยซู-มาเรีย
         เรื่อง ขอก่อตั้งอารามคาร์แมล กรุงเทพฯ ประเทศสยาม

         สำนักพระสังฆราชแห่งประเทศสยาม กรุงเทพฯ
                                                                                                                                     2 ตุลาคม 1913
คุณแม่อธิการที่เคารพ
       ขอให้พระเป็นเจ้าทรงเป็นที่รู้จัก รัก ได้รับสิริมงคล และได้รับใช้ยิ่งวันยิ่งมากขึ้น คุณแม่ทราบว่าพ่อมีความทุกข์ใจใหญ่หลวงยิ่งวันยิ่งเพิ่มขึ้นเสมอ ที่เห็นประเทศกว้างใหญ่ไพศาลนี้ เต็มไปด้วยคนต่างศาสนา ซึ่งกำลังเดินทางไปสู่ความหายนะในชีวิตหน้าด้วยใจเบิกบาน ในขณะที่พระเป็นเจ้าทรงเรียกพวกเขาไปถวายสิริมงคลในสวรรค์พระอาจารย์เจ้าของเราไม่มีผู้คนรู้จักพระองค์ ผู้คนเข้าใจพระองค์ผิดๆ ที่นี่คริสตังเป็นคนกลุ่มน้อยที่สุด แทบจะเป็น 1 ใน 200 ของบรรดาคนศาสนาอื่น คริสตังจำนวนมากก็เสียความเชื่อไป หลังจากได้เดินทางในศาสนาคริสตังแล้ว เมื่อข้าพเจ้าได้รับผิดชอบดูแลมิสซังที่ใหญ่โต และไม่สามารถเร่งไฟแห่งความรักพระเป็นเจ้าให้ลุกลามออกไปได้ พ่อจึงมีความกังวลห่วงใยอยู่เสมอและปรารถนาจะพบวิธีดึงดูดพระหรรษทานจากสวรรค์ 2 ปีมาแล้วที่พ่อได้ใฝ่ฝันที่จะตั้งอารามคาร์แมลเ ล็กๆ ซึ่งในอารามแห่งนี้จะมีผู้แสดงความรักและถวายนมัสการพระเป็นเจ้า และมีความศรัทธาร้อนรนที่จะถวายตนเองเป็นการชดเชยบาปที่ล่วงละเมิดต่อพระเป็นเจ้ามากมายเช่นนี้ และเพื่อทำให้ดวงพระทัยของพระเยซูเจ้าเมตตาที่จะทรงช่วยเหลือมิสซังนี้ อุปสรรคในการก่อตั้งอารามนี้คือ การขาดแคลนเงินทอง มิสซังของเราอยู่ในสภาพที่ขัดสน นี่เป็นเหตุซึ่งทำให้ความใฝ่ฝันที่จะก่อตั้งอารามคาร์แมลต้องหยุดชงักลงจนถึงวันนี้ ทั้งที่เป็นความปรารถนาจากใจจริงของพ่อเสมอมา เมื่อเรากลับจากไซง่อนมาถึงกรุงเทพฯ คุณพ่อรองแดลได้บอกว่า ความ ยากลำบากด้านการเงินเป็นสิ่งที่เอาชนะได้ ถ้าเราจัดหาที่เดินให้ คุณแม่อธิการิณีก็สามารถจัดหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเริ่มก่อสร้างอารามได้ พ่อเกือบไม่กล้าเชื่อ แต่ก็ยินดีมาก ดังนั้น พ่อจึงขอร้องคุณแม่อธิการิณีถ้าเรื่องนี้เป็นไปได้ โปรดติดต่อให้พ่อทราบ เรามีที่ดินแปลงหนึ่งสวยงามมาก ตั้งอยู่ห่างจากบ้านของเราพอสมควร เกือบจะอยู่นอกเมืองในเวลาปัจจุบันแต่ภายหลังรวมเข้าอยู่ในตัวเมือง ซึ่งยิ่งวันยิ่งข ยายตัวมาทางด้านนี้ ที่ดินแปลงนี้อยู่ด้านหน้าตรงข้ามโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ พ่อเชื่อว่าเหมาะสมมากสำหรับตั้งอารามตามโครงการนี้ และจะมีกระแสเรียกตามมาในไม่ช้า เรามีครอบครัวคริสตังที่ดีจริงๆ จำนวนหนึ่งเชื้อสายญวน และชาติอื่นๆ ข้อนี้จะเป็นพระพรสำหรับประเทศสยาม พ่อมีความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยมในเรื่องกระแสเรียกนี้ แต่ว่าอีกด้านหนึ่ง พ่อก็อดเป็นห่วงด้านการเงินไม่ได้ เราไม่สา มารถก่อสร้างเป็นการชั่วคราว ที่นี่มีขโมยชุม และพวกท่านคงไม่ปลอดภัยที่จะอยู่ในอารามที่ทำด้วยไม้ ต้องก่อสร้างอย่างจริงจัง และค่าแรงคนงานที่นี่แพงมาก แต่เราได้เข้าอยู่ในพระหัตถ์ของพระญาณสอดส่องแล้ว พระองค์จะทรงดูแลรักษาเราเสมอ ถ้ากิจการนี้เป็นไปเพื่อพระสิริมงคลใหญ่ยิ่งของพระองค์ กิจการนี้จะไม่ทำให้เราผิดพลาด คุณแม่อธิการิณีที่เคารพ โปรดวิงวอนขอพระเป็นเจ้าทรงทำให้พ่อรู้จักน้ำพระทัยของพระองค์ และผ่านอุปสรรคไปได้
       พระเป็นเจ้าเพิ่งทดลองพวกเรา โดยการเรียกพระสงฆ์มิชชันนารีรูปหนึ่งไปหาพระองค์ พระสงฆ์รูปนั้นเพิ่งมาอยู่ในสยามได้ 2 ปีเท่านั้น จึงทำให้พวกเราลดจำนวนลง ในขณะที่เรากำลังต้องการคนทำงานประกาศพระวรสารมากกว่าแต่ก่อน ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าเถิด
       พ่อขอฝากมิสซังทั้งหมดของพ่อไว้ กับคำภาวนาที่ศรัทธาร้อนรนของคุณแม่อธิการิณีและบรรดาภคินีทุกคน พ่อขอให้คุณแม่อธิการิ ณีและภคินีคาร์แมลทุกคนสวดให้บรรดาพระสงฆ์นักบวชชายหญิง ภราดาเซนต์คาเบียล บรรดาสามเณร ครูคำสอนและบรรดานัดเรียน พ่อวิงวอนพระเป็นเจ้าโปรดให้พวกเราตัดใจไม่ผูกพันกับทุกสิ่ง เพื่อให้เราเป็นของพระองค์ทั้งหมด วันที่ 15 เดือนนี้เป็นวันฉลองครบรอบปีที่ 20 ของการบวชเป็นพระสงฆ์ของพ่อ
       ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันในพระเยซู พระนางมารี และนักบุญยอแซฟ

                                                                                                                             เรอเน สังฆราช

 

       จดหมายถึงพระสังฆราชบูชือต์ แห่งพนมเปญ
         เรื่อง การขอออกเดินทางไปเปิดอารามที่ประเทศสยาม
               อารามคาร์แมล แม่พระแห่งความหวัง พนมเปญ กัมพูชา

กราบเรียน พระสังฆราช ที่เคารพรักอย่างสูง
       ตั้งแต่สิบสองปีมาแล้ว มิสซังแห่งสยามขอให้เราไปก่อตั้งอารามคาร์แมล ในกรุงเทพฯ พระสังฆราชแห่งกรุงเทพฯ และบรรดาพระส งฆ์มิชชันนารี บอกแก่พวกเราไม่  หยุดหย่อนว่าพวกเขาต้องการอารามแห่งการสวดภาวนา และทรมานกายใช้โทษบาปท่ามกลางพวกเขา สมบัติทางวิญญาณและทรัพย์สินมีเพียงพอที่จะแน่ใจว่า ในวันแรกๆของการเริ่มต้นตั้งอารามคณะภคินีจะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ตามกฎระเบียบของคณะ และตามกฎของพระศาสนจักร และตามพระวินัยศักดิ์สิทธิ์ของนักบวชคณะคาร์แมลไม่สวมรองเท้า ร่วมกับคุณแม่อธิการิณี รองอธิการิณีและคณะที่ปรึกษาตามกฎหมายของพระศาสนจักร เช่นเดียวกับขณะที่อารามซึ่งก่อตั้ง จะอยู่ในความดูแลของคุณแม่ อธิการิณี รองอธิการิณี และคณะที่ปรึกษารวมทั้งนักบวชสมาชิกที่ประชุมของอาราม ซึ่งมีจำนวนเพียงพอสำหรับการเป็นคณะที่ดีและปฏิบัติตามกฎ ระเบียบเสมอ
       ดังที่ได้กล่าวตั้งแต่เริ่มต้นแผนการเปิดอารามใหม่นี้แล้วว่า อารามแห่งนี้จะยกถวายเป็นเกียรติแด่ท่านนักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู ซึ่งรูปของท่านจะคงประดิษฐานไว้บนพระแท่นในวัดน้อยของอาราม และในปีนี้เองหลายเหตุการณ์ที่เกิดเพิ่มขึ้นช่วยส่งเสริมการเปิด อารามใหม่ ซึ่งเราไม่สามารถสงสัยได้เลยว่า ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มลงมือทำงานใหญ่นี้ ดังนั้น พวกเราจึงขอร้องอย่างสุภาพ ต่อสมณกระทรวงได้โปรดรับคำร้องขอของพวกเรา เพื่อเป็นเกียรติแด่พระนางพรหมจารี และนักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู เพื่อช่วยคนต่างศาสนาในประเทศสยาม ซึ่งมีคนกล่าวว่าเป็นประเทศแรกในภูมิภาคนี้ซึ่งได้รับพระสงฆ์มิชชันนารี แต่ว่าพวกมิชชันนารีก็ยังอยู่ล้าหลังที่สุด ซึ่งพระสงฆ์มิชชันนารีบางองค์กล่าวอย่างสุภาพว่า “จนถึงปัจจุบัน เราไม่มีนักบวชคาร์แมลเพื่อสวดภาวนาให้เขา”และจากนั้นพระสงฆ์มิชชันนารี ขอให้เปิดอารามคาร์แมล เพื่อพวกเขาจะได้เห็นการวอนขอของพวกเขาสำเร็จผลในปีศักดิ์สิทธิ์นี้ซึ่งเป็นปีที่พระศาสนจักรประกาศแต่งตั้งนักบุญเทเรซาซึ่งเป็นภคินีมิชชันนารีด้วย
       พระคุณเจ้าที่เคารพ โปรดรับคำร้องขออย่างสุภาพ และด้วยความเคารพอย่างสูงของพวกลูก
                                                                                                                           ภคินีแอนน์ แห่งพระเยซู – มาเรีย

 

     จดหมายคุณแม่แอนน์ แห่งพระเยซู-มาเรีย ถึง พระสังฆราชแปร์รอส
         เรื่อง การก่อตั้งอารามคาร์แมลที่กรุงเทพฯ
             อารามคาร์แมลแม่พระแห่งความหวัง พนมเปญ
                                                                                                               25 กุมภาพันธ์ 1925
กราบเรียน พระสังฆราชบิดาที่เคารพ
       ขอพระสังฆราชให้อภัย  ที่ลูกเขียนจดหมายมาเตือนถามเรื่องโครงการเปิดอารามคาร์แมลที่กรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง หลายเดือนได้ผ่านไป ลูกได้ละทิ้งเรื่องการก่อสร้างอารามนั้นแล้ว เพราะเหตุผลซึ่งได้แสดงให้ลูกทราบมาแล้ว แต่ลูกได้คิดทบทวนใหม่อย่างแรงว่า กิจการ ของพระเป็นเจ้าย่อมมีอุปสรรคเสมอ และย่อมมีความยากลำบากที่ปรากฏภายนอกบ่อยๆ ว่าไม่สามารถเอาชนะได้ เรามีแต่อ่านเรื่องการก่อตั้งอารามของนักบุญเทเรซา มารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ของเราให้ละเอียดเพื่อทราบถึงอุปสรรคและความยากลำบาก ซึ่งนักบุญเทเรซาผู้เป็นมารดาของคณะเราได้พบกับตัวท่านเองและในพระศาสนจักรคาทอลิกแห่งประเทศสเปน ทั้งที่ท่านเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์แล้วนับประสาอะไรกับเราซึ่งอยู่ห่างไกลจากความศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุผลที่แรงกว่า อนิจจา! เราอยู่ห่างมากจากความศักดิ์สิทธิ์และอยู่ในประเทศที่ตกอยู่ใต้อำนาจปีศาจ ซึ่งอาจกล่าวได้ เช่นนี้ ดังนั้น พระสังฆราชที่รัก ก่อนที่จะละทิ้งการตั้งอารามในกรุงเทพฯ เป็นการถาวร ซึ่งเราปรารถนาสุดหัวใจมานานหลายปีเช่นนี้ และซึ่งเราได้ยกถวายล่วงหน้าไว้แก่บุญราศีเทเรซาแห่งพระกุมารเยซูไว้แล้ว ขอท่านกรุณาให้ลูกใช้โอกาสดีที่เกิดขึ้นเวลานี้(ลูกพูดถึงการเดินทางของครอบครัวภคินีเทเรซีตา ลูเกรเซีย) เพื่อเดินทางมาศึกษาสถานที่ตั้งในกรุงเทพฯและรับรู้ความยากลำบาก และควา มเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ที่จะเริ่มก่อตั้งอารามคาร์แมล  ในประเทศสยาม นี่มิใช่เพิ่มเริ่มต้นการตั้งอารามในเวลานี้ เพียงแต่รับรู้ข้อมูลสำหรับอนาคต  ลูกได้รับอนุญาตเป็นทางการจากกรุงโรมได้หลายเดือนแล้ว ถ้าพระคุณเจ้าจะตกลงตามข้อเสนอของลูก เนื่องจากมีเวลากระชั้นชิดมาก ไม่เพียงพอที่พระคุณเจ้าจะส่งคำตอบทางจดหมายได้ทัน ขอพระคุณเจ้าเพียงแต่ส่งโทรเลขสั้นๆว่า “ได้”หรือ “ไม่ได้” เท่านั้น แน่นอนถ้าลูกมา ลูกจะมีภคินีอีกหนึ่งคนมาด้วยกัน และลูกจะขอพักอาศัยที่บ้านนักบวชแห่งใดแห่งหนึ่งซึ่งพระคุณเจ้าจะตัดสินใจเลือกให้และลูกจะพักอาศัยในเวลาสั้นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
                                                                                                                           ภคินี แอนน์ แห่งพระเยซู-มาเรีย
 

จดหมายตอบของพระสังฆราชแปร์รอส
                                                                                                                           12 มีนาคม 1925
คุณแม่อธิการิณีที่รัก
       จดหมายของคุณแม่ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ได้มาถึงพ่อเมื่อวานนี้ และเรือเดินสมุทรจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า ในส่วนของพ่อไม่ขัดข้ องใดๆ  เลยสำหรับการเดินทางของลูกที่จะมากรุงเทพฯ คุณแม่ที่เคารพ ที่นี่คุณแม่จะพักอาศัยที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ของคณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร ซึ่งพ่อได้ไปถวายมิสซาที่โรงพยาบาลนี้ทุกเช้า
       ต่อหน้าความยากลำบากและข้อขัดแย้งทั้งหลายที่ได้พบที่นั่น ซึ่งพ่อคาดว่าจะมีน้อยที่สุด พ่อตั้งใจสละให้กับสิ่งที่เคยปรากฏว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เป็นจริงขึ้นมา แต่ว่าความปรารถนาของพ่อไม่ได้ลดน้อยลงที่จะก่อตั้งอารามแห่งการสวดภาวนา เพื่อการกลับใจและการทำให้ประเทศศักดิ์สิทธิ์
       พ่อเสียดายมากที่จดหมายของคุณแม่ไม่ได้มาทางไปรษณีย์ทุก 15 วัน คุณแม่คงจะได้มาพร้อมกับครอบครัว เดอ เยซู นั่นคงจะน่าสนใจมาก อย่างไรก็ตามคุณแม่จะได้รับการต้อนรับด้วยความยินดี
       ขออภัยในความรีบร้อน พ่ออยากให้จดหมายนี้เดินทางมากับเรือเดินสมุทร “โมริสลอง” และพ่อกลัวว่าจะช้าไป จึงได้ส่งโทรเลขมาบอกก่อนที่จดหมายนี้จะมาถึง
     จงภาวนาให้กันและกัน คุณแม่ที่เคารพ และจงวางใจในพระเป็นเจ้า ขอนักบุญยอแซฟช่วยเหลือคุณแม่ พ่อขออวยพรคุณแม่และภคินีเทเรซีตาสิ้นสุดใจ
       จงเชื่อในความรักปรารถนาดีอย่างศักดิ์สิทธิ์จากพ่อในพระเยซูและพระแม่มารีย์
                                                                                                                           เรอเน แปร์รอส
 

       จดหมายพระสังฆราชแปร์รอส ถึงคุณแม่แอนน์
         เรื่อง ค่าใช้จ่ายและที่ดินสำหรับอารามกรุงเทพฯ
                                                                                                                           กรุงเทพฯ
                                                                                                                             18 พฤษภาคม 1925
คุณแม่อธิการิณีที่เคารพ
       พ่อเพิ่งได้รับเช็คสองใบจากคุณพ่อเย เซต์ เหรัญญิกของคณะเราที่ไซง่อน เช็คใบหนึ่งเป็นเงิน 1,257.87 ฟรังค์ ซึ้งแลกเป็นเงินไทยได้ 1,951.38 บาท คุณพ่อเหรัญญิกส่งให้พ่อสำหรับอารามคาร์แมลใหม่ที่จะสร้างขึ้นนี้ พ่อเขียนมาขอบใจคุณแม่ในที่นี้
       มารดาของภคินีเทเรซีตาได้ขายเครื่องเพชรเป็นเงิน 276,25 บาทให้เรา เมื่อรวมกับเงิน 2,000 บาท ซึ่งพ่อได้เก็บไว้เพื่องานก่อสร้างนี้ ก็จะเป็นเงินมากกว่า 4,400 บาท และจะช่วยให้เราเริ่มลงมือในไม่ช้า ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นอารามนักบุญเทเรซา และส่วนที่เป็นกำแพงเขตหวงห้าม เสร็จใน วันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันครบรอบวันมรณกรรมของนักบุญที่รักของเรา พ่อได้รับจดหมายพร้อมเช็ค 2 ใบ จากคุณพ่อเหรัญญิกในวันประกาศแต่งตั้งนักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู เป็นนักบุญ นี่เป็นข้อพิสูจน์โดยตรงว่านักบุญเทเรซาคงพ อใจอารามใหม่นี้ 
       เนื่องจากสายตามนุษย์มองเห็นระยะใกล้มาก หลังจากที่ได้หวังมาหลายปีถึงเพียงนี้และความปรารถนาซึ่งพ่อได้เชื่อว่าต้องเลิกหวังอย่างสิ้นเชิง พ่อเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นต้นกำเนิดแห่งพระหรรษทานมากมายสำหรับเมืองสยาม และคุณแม่ได้ทำให้ความหวังของเรากลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่และเป็นจริงขึ้นมาจนได้
       พ่อขอบใจคุณแม่อย่างสิ้นสุดจิตใจและขอบใจภคินีอุร์สุลา ซึ่งได้ทิ้งอารามเงียบสงัดชั่วคราวเพื่อเดินทางที่จำเป็นมากไปกรุงเทพฯ
พ่อได้รับโทรเลขแจ้งให้ทราบว่า  คุณแม่จะมาถึงเพื่อฉลองวันปัสกา แต่ว่านายเดอ เยซู ได้บอกพ่อในเวลาต่อมาว่าคุณแม่ได้เดินทางตลอดคืนวันเสาร์ อัลเลลูยา ขอให้พระเป็นเจ้าทรงได้รับการขอบพระคุณ ดังนั้นคุณแม่จะสามารถเดินหน้าต่อไปอย่างกล้าหาญ พ่อได้ขอบใจ นายเดอ เยซู เพราะน้ำใจกว้างของเขา เมื่อคุณแม่จะเขียนไปถึงคุณพ่ออีก ขอคุณแม่เพิ่มคำขอบใจถึงเขาด้วย เพื่อพ่อจะได้ส่งจดหมายต่อไปให้เขา
       เมื่อ “เรือเดินสมุทรโมริสลอง” และได้นำแผนผังของคุณแม่มาถึงพ่อ และวันรุ่งขึ้นจดหมายของคุณแม่ก็มาถึง พ่อดีใจมากไม่รู้จะกล่าวอะไร คุณแม่ที่เคารพหลังจากได้ทนเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและข้อขัดขวางจนถึงเวลานี้แล้ว ทุกสิ่งได้แจ่มใสและราบรื่น เราจงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า และจงขอบใจนักบุญเทเรซาน้อยที่รักของเรา
       ในช่วงเวลาสุดท้ายซึ่งพ่อกำลังจะปิดจดหมายนี้ คุณพ่อบรัวซารต์ได้มาพบ (วัดญวนซึ่งเราไปเยี่ยมที่สามเสน) คุณพ่อยื่นแผนงานส่ว นของคุณพ่อมาให้คือเสนอยกที่ดินในเขตวัดนี้ให้ ซึ่งอยู่ใกล้วัดของท่าน มีสัตบุรุษล้อมรอบ แต่ว่าเล็กกว่าแปลงแรกซึ่งอยู่หน้าโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ ซึ่งเราได้เคยไปดูกัน คุณพ่อบรัวซารต์เห็นว่า ที่ดินแปลงของท่านมีภาษีมากกว่า แต่ว่าอีกด้านหนึ่งของที่ดินแปลงนี้เล็กกว่ามากเมื่อเทียบกับตัวเลขของคุณพ่อเพราะคุณพ่อคำนวณผิด
คุณแม่ที่เคารพ สำหรับพ่อเองแล้ว เห็นว่าที่ดินแปลงแรกในแผนงานเดิมดีกว่ามาก พ่อได้แนบแผนผังที่ดินของคุณพ่อบรัวซารต์มาพร้อ มกับจดหมายนี้เพื่อทำให้คุณพ่อยินดี แต่ว่าได้บอกคุณพ่อว่า การตัดสินใจอยู่กับคุณแม่อธิการิณี ในกรณีที่คุณแม่ชอบสถานที่ใหม่นี้ซึ่งล้อมรอบด้วยบ้านคริสตัง ขอคุณแม่ส่งโทรเลขสั้นๆว่า “สถานที่ใหม่”
คุณพ่อบรัวซารต์ได้ฝากเงิน  10,000 บาท ให้พ่อยืมโดยไม่มีดอกเบี้ย(ใช้คืนเมื่อสามารถคืนได้) ดังนั้นคุณแม่สามารถเดินหน้าต่อไปอย่างกล้าหาญ พ่อได้ขอบใจคุณพ่อบรัวซารต์ที่มีใจกว้างมาก เมื่อคุณแม่เขียนจดหมายถึงพ่อ ขอให้เติมข้อความสั้นๆ ถึงคุณพ่อบรัวซารต์ แล ะอธิบายให้ท่านทราบว่าทำไมคุณแม่จึงชอบที่ดินแปลงแรกมากกว่า ที่ดินของคุณพ่อบรัวซารต์เสนอให้ คุณแม่จะทำความยินดีให้ท่านมาก
     เรือเดินสมุทร “โมริสลอง” กำลังจะออกเดินทาง พ่อส่งจดหมายผ่านไปทางสิงคโปร์ด้วยการขอขอบใจทั้งหมดของพ่อ คุณแม่อธิการิณีที่เคารพ จงวางใจในการเสียสละของพ่อในพระเยซู พระแม่มารีย์ และนักบุญยอแซฟ
                                                                                                                                   เรอเน แปร์รอส


ชีวิตในอารามคาร์แมลในประเทศไทยสมัยแรก
      
ภคินีสมัยแรกเริ่มนั้นมีชีวิตที่ลำบาก ต้องทำงานหนักมาก เพื่อหารายได้สำหรับการก่อสร้างอาคารและวัดที่ถาวร ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน เพราะอารามยากจนและยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายดังในปัจจุบัน ซึ่งมีสัตบุรุษคอยช่วยเหลือในสิ่งที่ขาดรวมทั้งปัจจัย เรียกได้ว่า สัตบุรุษทุกท่านคือผู้มีพระคุณต่ออารามทั้งสิ้น และภคินีต่างสวดให้ผู้มีพระคุณเสมอมารวมทั้งผู้ที่ขอคำภาวนาด้วย การสวดภาวนาเป็นสิ่งเดียวที่บร รดาภคินีสามารถให้ตอบแทนได้ ในอดีตที่ผ่านมายังไม่มีใครมาทำบุญ ไม่มีเงินซื้ออาหาร เซอร์ที่ทำหน้าที่จัดอาหารต้องออกไปสวนของอารามเพื่อหาผักหรือหญ้าที่พอจะนำมาต้มได้และมีหญ้าชนิดหนึ่งที่เรียกกันเองว่า “หญ้าบาป” มีใบค่อนข้างกลม ก้านสีแดงละไปคลุมตามพื้นดินและขยายพันธ์เร็วมาก ยิ่งถ้าได้ฝนจะคลุมพื้นดินจนหมดสาเหตุที่เรียกว่า “หญ้าบาป” เพราะว่าหญ้าชนิดนี้ เปรียบเสมือนบาปของมนุษย์ที่มีมากมายเหลือเกิน ถ้าถอนทิ้งไม้หมดอีกไม่นานก็จะมีขึ้นมาใหม่ เซอร์ที่ต้องรับประทานหญ้าชนิดนี้ไม่เคยบ่นกันเลย เพราะดีกว่ าไม่มีอะไรจะรับประทานเรียกได้ว่าเป็นการพลีกรรมชนิดหนึ่ง หญ้าชนิดนี้เมือนำมาต้มแล้ว จะมีรสเปรี้ยวๆน้ำสีค่อนข้างแดง ส่วนหญ้าอีกชนิดหนึ่งคือผักขมจิ้งหรีด คล้ายผักขมในปัจจุบันแต่มีดอกเล็กๆเยอะมาก แต่ผักนี้ยังดีกว่าหญ้าบาป และผักกะสัง ซึ่งเซอร์ชาวต่างชาติจะนำมายำแทนสลัดน้ำใสกัน รสชาติพอใช้ได้ ส่วนผักอื่นๆ เป็นต้นว่าตำลึง ผักบุ้ง ผักกระเฉด สายบัวก็หาได้ตามรั้วตามคลอง พูดถึงสายบัวแล้ว ปกติจะใช้ก้านของดอกนำมาประกอบอาหาร แต่ในอารามจะใช้ก้านของใบด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่พอกันรับประทานทั้งบ้าน ส่วนเชื้ อเพลิงก็ต้องหากิ่งไม้และตอไม้ ต้องผ่าฟืนเอง แต่ถ้าเป็นหน้าฝนจะลำบากยิ่งขึ้นเพราะฟืนจะจุดติดยากต้องเพิ่มฤทธิ์กุศลเพียรอดทนมากขึ้น แต่หน้าฝนก็มีส่วนดีคือ ได้จับกบมาทำอาหาร แม้แต่คางคกก็เช่นกัน เซอร์ชาวเวียดนามเก่งมากในเรื่องนี้และเซอร์ชาวฝรั่งก็ชอบรับประทานมากด้วย บรรดาเซอร์รุ่นหลังๆ เมื่อได้ยินแล้วทำหน้าอธิบายยาก! ต่อมาจึงปลูกผัก เซอร์ชาวต่างชาติชอบทานมันฝรั่งแต่เนื่องจากร าคาแพงจึงใช้ฟักทองแทน เรียกว่า “มันบูยี” ฝรั่งรับประทานแล้วว่าอร่อยส่วนคนไทยเมื่อพลีกรรมจึงรับประทาน ไม่เช่นนั้นผิดต่อความยากจน แต่แล้วต้องวิ่งไปหาทางออก เมื่อประมาณ 3 ปี ก่อนเซอร์ที่เป็นคนทำอาหารชนิดนี้ยังคงทำให้คนเจ็บรับประทาน บอกว่าไม่ต้องเคี้ยวกลืนง่ายและมีวิตามิน ดังนั้นเซอร์รุ่นหลังๆ จึงแหย่ว่าหากเมื่อใดเซอร์เป็นคนเจ็บเราจะทำให้บ้างเพราะดูเหมือนเซอร์จะชอบ แต่เซอร์กับบอกว่า อย่ามาทำให้ฉัน ฉันไม่ชอบกิน
    
แม้แต่เรื่องการอบรมการทำผิดในสมัยก่อนก็เช่นกัน เมื่อทำผิดในเรื่องใด ก็ต้องแก้ไขในสิ่งนั้นโดยวิธีทำให้อายจะได้เข็ด เป็นต้นว่าถ้าเซอร์วิ่งขึ้นบันไดเสียงดัง คุณแม่อธิการเห็นเข้าก็จะเรียกลงมาและให้เดินขึ้นไปใหม่อย่างเรียบร้อย หากเข้าวัดช้า เมื่อเข้าไปแล้วต้องไปกลางวัดก้มลงจูบพื้นจนกว่าคุณแม่อธิการจะเคาะให้ลุกขึ้นได้ หากแม่อธิการไม่ทันมองก็ต้องก้มอยู่อย่างนั้น หรือแม้แต่การตื่นนอนไม่ตรงเวลา ทำงานไม่เรียบร้อย ฯลฯ ก็จะมีวิธีการลงโทษเพื่อให้เข็ดจำ เซอร์ที่ถูกลงโทษก็จะได้ฝึกฤทธิ์กุศลความเพียร ความสุภาพและความนอบน้อมไปในตัว
      
อารามคาร์แมล เมื่อหลายสิบปีก่อน มีน้ำท่วมแทบทุกปี น้ำท่วมแต่ละครั้งจะมีปลาขึ้นมาว่ายเยอะมากพวกเซอร์ดีใจช่วยกันจับ บางครั้งได้เป็นเข่ง เพราะสมัยก่อนไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้อปลา เมื่อช่วยกันจับได้แล้ว นำไปอวดคุณแม่อธิการ และเตรียมพร้อมที่จะได้รับประทา นของอร่อยๆ ปรากฏว่าคุณแม่อธิการมีคำสั่งให้นำปลาทั้งหมดไปฝัง เหตุผลเนื่องจากว่าไม่มีอนุญาตที่จะไปจับปลา บรรดาเซอร์ต้องน้อมรับด้วยความสุภาพและความนบนอบ เพราะทำโดยพลการโดยไม่ขออนุญาต
      
อีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ ค.ศ. 1948 ขณะนั้นคนงานก่อสร้างกำลังสร้างตึกชั้นเดียว คือ ตึกที่เป็นห้องทำงานของเซอร์ในปัจจุบัน เซอร์แอนน์ และเซอร์อักแนส ซึ่ง 2 คน นี้เป็นคู่หูกัน บังเอิญได้ยินเถ้าแก่กำลังสั่งลูกน้องให้ผสมปูนและทรายในอัตราส่วนนี่ผิดปกติ คือลด ปริมาณเพื่อผลกำไร เซอร์อักแนสได้ยินดังนั้นจึงปรึกษาเซอร์แอนน์ และคิดว่าจะรายงานให้คุณแม่อธิการได้รับทราบ ไม่เช่นนั้นตึกจะไม่แข็งแรง หลังจากที่รายงานให้คุณแม่อธิการได้รับทราบแล้วด้วยความภูมิใจที่ได้ทราบความลับมา คุณแม่อธิการกลับตอบว่า “ลูกไปสอดรู้สอดเห็นฟังคนงานคุยกันเป็นการไม่สมควร นางชีไม่ทำเช่นนั้น” เซอร์ทั้ง 2 คนหน้าเสียทันที ความหวังดีกลับกลายเป็นความผิดบกพร่อง แต่ทั้งสองก็น้อมรับด้วยความยินดีและปัจจุบันนี้ตึกนี้ก็ไม่แข็งแรงจริงๆ มีปัญหาต้องแก้ไขบ่อยๆ
      
เรื่องราวในอดีตยังมีอีกมากมาย แต่น่าเสียดายที่เซอร์อาวุโสหลายท่านจำเหตุการณ์ไม่ค่อยได้แล้ว จึงมีเนื้อหาประมาณนี้ อีกทั้งเนื้อหามีจำนวนจำกัด อย่างไรก็ตามความยากลำบากในอดีตก็เป็นผลดีต่อบุคคลนั้น ซึ่งทำให้มีความเข้มแข็งทั้งกายและวิญญาณที่จะใช้ชีวิตทั้งชีวิตรับใช้พระองค์
      
จากประวัติการถือกำเนิดขึ้นของคณะคาร์แมล ราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 เมื่อพวกพวกครูเสดรบได้รับชัยชนะที่ดินแดนปาเลสไตน์ และยึด สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดกลับคืนมาแล้ว  ผู้จาริกแสวงบุญใจศรัทธากลุ่มหนึ่งได้มาอาศัยอยู่บนพื้นแผ่นดินภูเขาคาร์แมล เพื่อดำเนินชีวิตเลียนแบบประกาศกเอลียาห์ ท่านประกาศกผู้นี้ได้อาศัยอยู่รวมกับบรรดาศิษย์ของท่านบนภูเขานั้น ใช้ชีวิตส่วนใหญ่รับใช้พระเป็นเจ้าในการอยู่คนเดียวตามลำพังห่างจากผู้คนและทรมานกาย ใช้โทษบาป สวดภาวนาและเพ่งฌาน สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดได้เป็นวิธีดำเนินชีวิตของฤาษีคา ร์แมลรุ่นแรกๆ คนทั่วไปรู้จักบรรดาฤาษีคาร์แมลในชื่อเป็นทางการว่า “ภารดาคณะแม่พระแห่งภูเขาคาร์แมล” เพราะพวกเขามีแม่พระเป็นทั้งมารดา เป็นทั้งพี่สาว และคนกลางผู้เสนอวิงวอนต่อพระเป็นเจ้า พระนางยังทรงเป็นเช่นนี้เสมอสำหรับภารดาคาร์แมล ซึ่งสืบทอดต่อกันมาเรื่อยจนถึงศตวรรษนี้
      


ระหว่าง ค.ศ. ที่ 13 และ 14 มีสตรีใจศรัทธาจำนวนหนึ่งด้วยคำแนะนำของภราดาคาร์แมล ได้เริ่มต้นถือพระวินัยของคณะคาร์แมล และสมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 5 ได้ให้คำรับรองแก่บุญราศียอห์น โซแร็ต อธิการเจ้าคณะคณะคาร์แมลที่จะจัดรวมสตรีใจศรัทธาเหล่านี้เข้าเป็นคณะนักบวชคาร์แมล พวกเขาได้รับฐานะทางกฎหมายของพระศาสนาจักรในเวลานั้น
      
นักบุญเทเรซาแห่งอาวิลาได้พิจารณาเห็นว่า หนทางที่วางใจได้อย่างแน่นอนที่สุด เพื่อทำให้การสวดภาวนามีประสิทธิภาพ ในการช่วยวิญญาณให้รอดก็คือ การหวนกลับไปหาพระวินัยดั้งเดิมซึ่งได้ฝังลึกอยู่ในอุดมคติแรกสุดของคณะคาร์แมล ดังนั้นท่านจึงได้ทำการปฏิรูปคณะคาร์แมล จนกระทั่งทำให้คณะนี้มีชื่อว่า คณะคาร์แมลผู้ไม่สวมรองเท้า คำว่าไม่สวมรองเท้า หมายถึงว่า คณะนี้เป็นคณะนักบวชที่ได้รับการปฏิรูปแล้ว
      
อารามคาร์แมลแห่งแรกในประเทศไทย มาเซอร์คณะคาร์เมไลท์รุ่นแรกที่ถือกำเนิดในประเทศไทย เมื่อ ค.ศ. 1925 หลังจากที่พระสังฆร าช เรอเน แปร์รอส ประมุขของสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ในขณะนั้น ได้เดินทางไปเยี่ยมอารามแม่พระแห่งความไว้วางใจ ที่พึ่งก่อตั้งขึ้น ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยพระคุณเจ้าได้แสดงความปรารถนาที่จะก่อตั้งอารามคาร์แมลในสังฆมณฑลของท่าน ต่อคุณแม่แอนน์ แห่งพระเยซู – มาเรีย คุณแม่อธิการิณี ผู้ก่อตั้งอาราม ให้มาดำเนินงานในประเทศในประเทศไทย ตั้งแต่ค.ศ. 1913
      
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ.1925 อาศัยการนำของพระญาณสอดส่อง คุณแม่แอนน์ แห่งพระเยซู-มาเรียได้นำภคินีอีก 12 ท่านเดินทางมายังประเทศไทย ถึงแม้การเดินทางในขณะนั้นจะยากลำบาก ภคินีทั้งหมดต้องเดินทางโดยรถยนต์ ต่อด้วยเรือ ซึ่งเรือที่นำภคินีคณะคาร์เมไลท์มาสู่ประเทศไทย คือ “เรือนิภา” ของบริษัทอิสเซีสติก และในเช้าวันที่ 24 กันยายน ค.ศ.1925 ภคินีทั้งหมดได้เดินทางมาถึงประเทศไทย และได้ตั้งอารามแห่งแรกขึ้นที่ถนนคอน แวนต์กรุงเทพฯ แต่ในช่วงแรกที่กำลังก่อสร้างอารามอยู่นั้น ภคินีทั้งหมดได้ไป พักอยู่กับเซอร์คณะเซนต์ปอล เดอ ชาร์ด ที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์เป็นการชั่วคราว ระหว่างนั้น ทุกๆ เช้าพระสังฆราชแปร์รอสจะมาเยี่ยมเยียน คุณแม่อธิการิณีและพูดคุยตระเตรียมสิ่งที่จำเป็น สำหรับการถวายมิสซาในวัดน้อยเป็นครั้งแรกตามวันที่ 30 กันยายน อีกทั้งพระคุณเจ้าได้เร่งให้ คนงานก่อสร้างวัดน้อยให้เสร็จทันวันที่กำหนดไว้ด้วย
      
ดังนั้นคณะคาร์แมลจึงได้เข้ามาในประเทศไทย ใน ปี ค.ศ. 1925 โดยการเชื้อเชิญของ พระสังฆราชเรอเน แปร์รอส ที่เห็นถึงความต้องการที่สำคัญของมิสชังสยามในขณะนั้นที่ต้องการเห็นรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักบวชที่เจริญชีวิตในการภาวนา ซึ่งพระสังฆราชเห็นว่า ประโยชน์ของอารามซึ่งหลายวิญญาณสาละวนสวดภาวนาวิงวอนพระเป็นเจ้าไม่หยุดหย่อน เพื่อดึงดูดพระพรจากสวรรค์ลงมาสู่มิสซังสยาม และลงมาสู่การทำงานประกาศพระวรสารของพระสงฆ์ การดำเนินชีวิตของซิสเตอร์ในอาราม เป็นการเจริญชีวิตภาวนาและถวายชีวิตแด่พ ระเป็นเจ้า การเจริญชีวิตอย่างเคร่งครัดในเขตพรต ในการรำพึงภาวนาเป็นรูปแบบชีวิตของภคินีคาร์แมล สิ่งเหล่านี้จึงเป็นจุดกำเนิดของการเข้ามาในประเทศไทยของคณะคาร์แมล

ที่อยู่ในประเทศไทย
อารามภคินีคาร์แมล กรุงเทพฯ
อธิการิณ เซอร์เทเรซีตา แห่งพระกุมารเยซู                                                           
14 ถนนคอนแวนต์ สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500
โทรศัพท์ 0-2233-6056, 0-2631-0203  โทรสาร 0-2631-1475
  
อารามภคินีคาร์แมล สามพราน (อารามนักบุญเทเรซาแห่งอาวีลา)
อธิการิณี เซอร์มารีย์ โยเซฟ แห่งพระเยซู                                                               
12/17 หมู่ 4 ซอยวัดโรมัน   ถนนเพชรเกษม                                                  
อำเภอสามพราน   จังหวัดนครปฐม 73110
โทรศัพท์ 034-321-334  โทรสาร 034-287-899
  
อารามภคินีคาร์แมล จันทบุรี
อธิการิณี เซอร์การ์เมลา แห่งพระกุมารเยซู                                                                                
140/10 อำเภอเมือง  จังหวัดจันทบุรี    22000
โทรศัพท์ 039-311-580 โทรสาร 039-343-683

อารามภคินีคาร์แมล นครสวรรค์
อธิการิณี เซอร์อันเยลา แห่งพระกุมารเยซู
200/5 หมู่ 9 ถนนพิทักษ์สันติราษฎร์
อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 60000
โทรศัพท์ 056-232-901 โทรสาร 056-232-902


บรรณานุกรม
- คณะคาร์แมลแห่งประเทศไทย (2005). คือ..พระหรรษทาน
(หนังสืออนุสรณ์ 80 ปี อารามคาร์แมลในประเทศไทย).
- สหพันธ์อธิการเจ้าคณะนักบวชในประเทศไทย(2000).นักบวชหญิง
และชายในประเทศไทย(หนังสืออนุสรณ์ชมรมนักบวชหญิงและชาย
ในประเทศไทย โอกาสปีศักดิ์สิทธิ์ 2000).
- ปฏิทินคาทอลิก ค.ศ. 2010
- www.sistersinthai.org/doc/ocd/index.htm
-  www.catholic.or.th/spiritual/article/article08/article081.html
-  www.catholic.or.th/document/camelie/.../carmelie1.html