ขอกล่าวย้อนหลังถึงหมู่บ้านคริสตังแห่งหนึ่ง ที่ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษจากความขัดแย้งทางศาสนา คือ หมู่บ้านสองคอนที่อยู่ในจังหวัดนครพนม ริมฝั่งแม่น้ำโขง  อยู่ระหว่างจังหวัดมุกดาหารและอำเภอธาตุพนม สมัยนั้นหมู่บ้านแห่งนี้มีชาวบ้านอยู่ ประมาณ 800 คนเป็นคริสตังทั้ง หมด คุณพ่อฟีเกต์เป็นเจ้าอาวาสมาตั้งแต่ พ.ศ. 2468/ค.ศ.1925 ท่านเพิ่งถูกไล่ไปอยู่ในลาวปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2483/ค.ศ.1940

โรงเรียนประชาบาลของหมู่บ้านสองคอนมีครูสีฟอง อ่อนพิทักษ์ ซึ่งเคยเป็นสามเณร ทำหน้าที่เป็นครูใหญ่และครูคำสอนด้วย หลังจากจบชั้นมัธยมที่นครพนมแล้ว ท่านมาอยู่ที่สองคอน พ.ศ. 2469/ค.ศ.1926 ภายหลังท่านแต่งงานและมีบุตร 5 คน พ.ศ. 2483 /ค.ศ.1940 ท่านมีอายุ 33 ปี ที่วัดนี้ยังมีซิสเตอร์คณะรักกางเขนจากอารามเชียงหวาง 2 คน คือ ซิสเตอร์อักแนส พิลา อายุ 31 ปี ทำงานที่วัดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2475/ค.ศ. 1932 และซิสเตอร์ลูซีอา คำบาง อายุ 23 ปี เป็นครูคำสอนอยู่ที่สองคอนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2481/ค.ศ.1938

ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2483 / ค.ศ.1940 มีตำรวจกลุ่มหนึ่งมาที่บ้านสองคอนทางเรือ พวกเขาเรียกประชุมชาวบ้าน และประกาศให้ชาวบ้านทราบว่าจะมีการทำสงครามกับฝรั่งเศส  “ถ้าคนไทยชนะจะไม่มีศาสนาคริสต์อีก” ตำรวจกลุ่มนี้กลับไป หลังจากนั้นรัฐบาลไทยส่งตำรวจมาประจำทุก หมู่บ้านที่อยู่ตามชายแดน หมู่บ้านละ 4 นาย หัวหน้าตำรวจที่ถูกส่งไปที่สองคอนชื่อ นายลือ เมืองโคตร

พวกตำรวจตั้งค่ายอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ตอนแรกมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้าน ต่อมามีเครื่องบินของข้าศึก (ฝ่ายฝรั่งเศส) มาบินอยู่เหนือค่ายตำรวจหลายครั้ง พวกตำรวจจึงย้ายมาตั้งค่ายอยู่ในหมู่บ้านสองคอน พวกเขาเริ่มบีบบังคับชาวบ้านทันทีให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์ ต่อมาห้ามชาวบ้านชุมนุมกันเกิน 3-4 คน ชาวบ้านจึงตกใจกลัว

หลังจากคุณพ่อฟีเกต์ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสไปแล้ว วันที่ 29 พฤศจิกายน ซิสเตอร์และครูสีฟองคอยเป็นกำลังใจให้ชาวบ้าน ครูสีฟองเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านทุกคน ท่านเป็นที่ปรึกษาของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง พวกตำรวจรู้ดีว่าตราบใดที่ครูสีฟองยังอยู่ที่นั่น ชาวบ้านสองคอนจะไม่ยอมออกจากศาสนาคริสต์ ครูสีฟองเห็นพวกตำรวจมีพฤติการณ์ไม่ดี เพราะพวกเขาข่มขืนหญิงสาว ในหมู่บ้านบางคน จึงเขียนจดหมายไปฟ้องนายอำเภอมุกดาหาร แต่จดหมายฉบับนั้นไปตกอยู่ในมือของพวกตำรวจซึ่งไม่ได้นำจดหมายไปส่งต่อแต่คิดอุบายขึ้น

พวกตำรวจเขียนจดหมายไปบอกครูสีฟองให้ไปพบนายอำเภอ โดยบอกว่าจดหมายฉบับนั้นมาจากนายอำเภอ ตำรวจลือกับตำรวจอีกคนตามไปด้วย เมื่อมาถึงหมู่บ้านพาลุกกาซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านสองคอนเป็นระยะทาง 14 กิโลเมตร ตำรวจลือใช้ปืนยิงครูสีฟอง 2 นัด ครูสีฟองทำสำคัญมหากางเขนแล้วสิ้นใจตายทันที ท่านถูกฝังอยู่ข้างลำห้วยตุ่มนก ซึ่งอยู่ตรงทางออกของหมู่บ้านวันนั้นเป็น วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2483/ค.ศ. 1940 ตามคำเล่า ตำรวจลือพูดว่า “ต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นแล้ว คงไม่ยากที่จะจัดการกับต้นไม้เล็กๆ” เหลือซิสเตอร์ 2 คน พวกตำรวจบังคับให้พวกเธอถอดชุดนักบวชออก ต่อมาพวกตำรวจเรียกชาวบ้านไปประชุมกันที่หน้าวัด เย็นวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2483/1940 ตำรวจลือชี้ไปที่กระดาษแผ่นหนึ่ง ซึ่งบอกว่าเป็นคำสั่งของรัฐบาลให้ทำลายศาสนาคริสต์ในหมู่บ้านสองคอน เขาออกคำสั่งโดยใช้ปืนขู่ว่า “พวกที่ยังอยากเป็นคริสตังอยู่ให้ยื นขึ้นเดี๋ยวนี้ พวกเราจะจัดการกับมัน” มีเพียงนางสาวบุดสีซึ่งอายุ 16 ปี คนเดียวเท่านั้นที่ยืนขึ้น ตำรวจลือทำเป็นมองไม่เห็น ตอนกลางคืนพวกซิสเตอร์ร่างจดหมายฉบับหนึ่งขึ้น แม้ว่าจะยาวแต่ควรกล่าวถึง จดหมายฉบับนั้นเป็นสำนวนคล้ายการเขียนของมรณสักขีรุ่นแรกของพระศาสนจักร หลักฐานชิ้นนี้เป็นผลงานของมิชชันนารีแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสยามและลาวเปรียบได้กับดอกไม้ที่สวยงามที่สุด

“พวกฉันขอคำนับมายังหัวหน้าบ้านสองคอนทราบ เวลาเย็นวันนี้ ท่านได้รับคำสั่งอย่างเด็ดขาดแล้ว สำหรับลบล้างพระนามของพระผู้เป็นเจ้า ผู้เป็นเจ้าชีวิตจิตใจของพวกฉันแต่ผู้เดียว พวกฉันไหว้มนัสการพระองค์แต่ผู้เดียวค่ะ แต่ก่อนสองสามวันล่วงมานี้ ท่านพูดกับพวกฉันแล้วว่า จะไม่ลบล้างพระนามของพระผู้เป็นเจ้า พวกฉันก็ยินดี พลอยยอมถอดเครื่องแต่งกายอันนี้ ที่แสดงว่าพวกฉันเป็นข้าปรนนิบัติพระองค์ แต่วันนี้ไม่เป็นเช่นนั้นเสียแล้ว ฉันขอยืนยันว่าศาสนาพระคริสต์ เป็นศาสนาจริงเที่ยงแท้แต่ศาสนาเดียว ฉะนั้น พวกฉันขอตอบคำ

พวกฉัน คือ นางอักแนส นางลูซีอา แม่พุดทา นางบุดสี นางบัวไข นางสุวัน ขอเอาเด็กหญิงภูมาให้ไปกับพวกฉันด้วยค่ะ เพราะฉันรักมาก พวกฉันตกลงกันหมดแล้วค่ะ”

รุ่งเช้า บุดสีเอาจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้ตำรวจ เวลานั้นบัวไขอายุ 15 ปี เกิดความกลัว จึงขออนุญาตกลับไปบ้านบิดามารดา คำไพผู้เป็นป้า เมื่อเห็นบัวไขกลับมาจึงไปอยู่ที่บ้านซิสเตอร์แทน ราวบ่ายสามโมงตำรวจลือไปพบพวกซิสเตอร์ และถามพวกเธอว่าจะทิ้งพระผู้สร้างหรือไม่? พวก ซิสเตอร์ตอบว่า “ไม่ทิ้งเด็ดขาด” เขาจึงสั่งให้พวกซิสเตอร์ลงไปยังแม่น้ำโขง แต่พวกซิสเตอร์รู้เท่าทันอุบายของตำรวจลือ เนื่องจากไม่มีคำสั่งให้ฆ่าพวกเธอ  เขาอาจไม่มีความผิดโดยบอกว่าเขาฆ่าพวกเธอเพราะพวกเธอกำลังจะหนีไปลาว พวกซิสเตอร์จึงเรียกร้องขอไปตายที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ (สุสาน) ที่นั่นเองที่พวกตำรวจยิงซิสเตอร์ 2 คน พร้อมคริสตังอีก 4 คน คือ นางสาวพุดทา อายุ 50 ปี ซึ่งไม่ได้แต่งงานและคอยช่วยงานซิสเตอร์ นางสาวบุดสี อายุ 16 ปี นางสาวคำไพ อายุ 15 ปี และเด็กหญิงพร อายุ 14 ปี รวมทั้งครูคำสอนสีฟอง ทั้ง 7 ท่าน ได้เป็นมรณสักขีแห่งสองคอน ได้รับแต่งตั้งเป็นบุญราศีโดยสมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอล ที่ 2 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2532 / ค.ศ. 1989