พระที่นั่งเวหาจำรูญ
มองจากหอวิฑูรทัศนา

พระราชวังบางปะอินเมื่อแรกสร้างเป็นเสมือนอนุสรณ์ เนื่องจากมีประวัติไว้ในพระราชพงศาวดารว่า สกุลวง ศ์ของสมเด็จพระเจ้าปราสาททองมีนิวาสสถานอยู่บนเกาะบางปะอิน และสมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงสมภพที่เกาะนี้ด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อพระองค์ได้เถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๑๗๒ จึงถวายที่บ้านเดิมเป็นพุทธ บูชา แล้วโปรดให้สร้างวัดขึ้นที่ตรงนั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๑๗๕ พระราชทานนามว่า “วัดชุมพลนิกายาราม” ยังปราก ฏอยู่จนทุกวันนี้ และโปรดให้สร้างพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ณ เกาะบางปะอิน และปลูกต้นไม้ร่มรื่นเพื่อทรงใช้เป็นที่สำหรับเสด็จประพาสพระราชวังที่เกาะบางปะอินจึงได้มีขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เกาะบางปะอินเป็นที่สำหรับเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ภายหลังสมเด็จพระเจ้าปราสาททองต่อมาจนทุกรัชกาล เพราะอยู่ไม่ห่างไกลพระนครศรีอยุธยาเท่าใดนัก ครั้นย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ห่างไกลเกาะบางปะอินมาก พระมหากษัตริย์กรุงรัตนโกสินทร์จึงมิได้เสด็จประพาส เกาะนี้จึงคงทิ้งร้างมากว่า ๘๐ ปี  จึงได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งหนึ่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔

พระราชวังบางปะอิน ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเลน หมู่ที่ ๑ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตัวพระราชวั งตั้งอยู่บนบริเวณที่เป็นเกาะในแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้ตัวจังหวัดลงมา เรียกกันแต่เดิมว่า เกาะเลน หรือเกาะบาง นางอิน ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามใหม่ว่า เกาะบางปะอิน

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์

พระที่นั่งวโรภาษพิมาน และประตูเทวราชครรไล


พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๙๔-๒๔๑๑) โปรดเสด็จประพาสเมืองเก่าที่อยุธยาอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งเมื่อเสด็จผ่านย่านบางปะอิน ได้ทอดพระเนตรเห็นหมู่มะม่วงขึ้นงามเป็นดง เป็นที่ต้องพระราชหฤทัย ได้โปรดให้แวะเรือพระที่นั่งและเ สด็จขึ้นประพาส ชาวบ้านได้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่า ณ ที่นี้เคยเป็นพระราชวังเก่ามีร่องรอยหลายอย่างเหลืออยู่ โดยเฉพาะซากพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ซึ่งเป็นปราสาทเครื่องไม้สร้างไว้ในสระน้ำ รวมทั้งวัดชุมพลนิกายารามข้างพระราชวังก็รกร้างทั้งที่สภาพยังค่อนข้างดี จึงมีพระราชดำริที่จะบูรณะขึ้นใหม่ได้โปรดเกล้าฯให้เจ้าพระยาพลเทพ (หลง บุญหลง) เป็นแม่กองกะการสร้างตำหนักขึ้น ๓ หลัง และปลูกพลับพลาโ ถงที่ไร่แตงนอกเกาะอีกหลังหนึ่ง เป็นที่ประทับระหว่างเสด็จประพาสกรุงเก่า

ทัศนียภาพอันงดงามของพระราชวังบางปะอินแวดล้อมด้วยหมู่ไม้ร่มรื่น



ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาเห็นว่า พระตำหนักที่เกาะบางปะอินเป็นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะ ที่จะสร้างพระราชวังสำหรับแปรพระราชฐาน จึงโปรดให้สร้างพระที่นั่งเป็นที่ประทับตรงตำหนักหลังกลาง ที่สร้างไว้เมื่อครั้งรัชกาลที่ ๔ พระราชทานนามว่า
วรประภัย สร้างพระที่นั่งกลางสระน้ำ พระราชทานนามว่า ไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ตามนามปราสาทครั้งกรุงเก่า สร้างตำหนักฝ่ายในตรงที่ตำหนักหลังเหนือเป็นที่พักเรือพระประเทียบ พระราชทานนามว่า วรนาฏเกษมสานต์ สร้างตำหนักหลังใต้เป็นที่ประทับเจ้านายฝ่ายหน้า พระราชทานนามว่า สภาคารราชประยูร ใช้เวลาก่อสร้างในครั้งนั้น ๔ ปี เสร็จเรียบร้อย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๙ ต่อมาภายหลังได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมและปรับเปลี่ยนนามพระที่นั่งจนคล้องจองกันดังที่ปรากฏในปัจจุบัน คือ

               พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์            พระที่นั่งวโรภาษพิมาน
               พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร                 หอเหมมณเฑียรเทวราช
               ตำหนักวรนาฏเกษมสานต์                 สภาคารราชประยูร
               หอวิฑูรทัศนา                                 เก๋งบุปผาประพาส
               พระที่นั่งเวหาศจำรูญ              
 

หอวิฑูรทัศนา

สะพานคอนกรีตในพระราชวังบางปะอิน
สองข้างเรียงรายด้วยเทพธิดาฝรั่ง อาทิ เซเรส


พระที่นั่งและสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ ตั้งอยู่ในส่วนต่างๆ ของพระราชวังบางปะอิน มีความเป็นมาและลักษณะทางสถาปัตยกรรมตลอดจนการตกแต่งที่แตกต่างกันล้วนน่าสนใจ